บันทึกจากอังกฤษ 2 - London II

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตื่นมาวันนี้อาการดีขึ้นหน่อย แต่คงยังต้องทานยาแก้ปวดอยู่ ลงไปทานอาหารเช้าแบบอังกฤษที่ร้านอาหารของโรงแรมซึ่งรวมมาแล้วในแพ็กเก็จของเรา ต้องบอกว่าบริการของโรงแรมนี้ดีมาก ๆ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความเป็นมิตรและสุภาพสมมาตรฐานโรงแรม 4 ดาว

มีพนักงานของโรงแรมสองคนที่เราคุยด้วย เคยไปเมืองไทยและประทับใจมาก คนแก่หน่อยมีลูกชายที่ไปจัดงานแต่งงานที่เมืองไทยยังติดใจไม่หาย ลุงจะไหว้เราสวย ๆ ทุกครั้งที่เจอกันทำเอาพนักงานและแขกคนอื่น ๆ ยิ้มแก้มตุ่ยทุกครั้งที่เห็น



อาหารเช้าแบบอังกฤษนั้นมักประกอบไปด้วย ไข่ดาว ไส้กรอก ไส้กรอกเลือด ขนมปังปิ้ง มะเขือเทศทอด และเห็ด ที่โรงแรมนี้เสริฟอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ มีคนประจำเคาเตอร์ทำไข่ ใครไม่ชอบอาหารหนัก จะทานแต่พวกขนมอบก็มีให้เลือกหลายชนิด หรือจะเป็นแบบผลไม้และโยเกริต์ก็มีไว้บริการ

เราสั่ง Smoked Kippers ที่เป็นปลา Herring ผ่าแบะกลางตัว ใส่เกลือแล้วเอาไปรมควัน ที่นี่เขาเอามาย่างกินเป็นอาหารเช้า อันนี้ต้องสั่งเพราะไม่มีในไลน์บุฟเฟต์แต่ไม่คิดราคาเพิ่ม เราเข้าใจว่าคงไม่ค่อยมีคนสั่ง เราว่ารสชาติอร่อย ไม่เค็มจนเกินไป

สิบโมงครึ่งเราเดินไปจองที่ดู Changing of the guard ที่ Buckingham Palace



ถึงแม้จะอยู่ใกล้ ๆ ใช้เวลาเดินแค่สองนาทีก็ต้องรีบไป เพราะคนเยอะมาก ๆ พิธีเริ่ม 11.30 นาฬิกา แต่มีคนมาเริ่มรอตั้งแต่ 10 โมงเช้า ระหว่างรอบางคนก็ให้อาหารนกพิราบไปพลาง ๆ



ที่ลานหน้าพระราชวังมีตำรวจม้าคอยควบคุมคนดูให้เป็นระเบียบ



ขบวนเริ่มด้วยคนเล่น Bag Pipe



ตามด้วยทหารรักษาพระองค์



เรามองไม่เห็นพิธีที่ทำในเขตรั้วของพระราชวัง เพราะคนเยอะบังวิว

ได้รูปของขบวนมาพอสมควรเลยไม่ได้รอให้เสร็จพิธี เดินไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า


จับรถไฟใต้ดินที่สถานี Victoria ใกล้โรงแรม เพื่อไปลงที่สถานี Tower Hill ที่นี่เราจะไปดู The Tower of London ที่สร้างขึ้นโดย William the Conqueror ในปี 1066



ป้อมนี้ถูกต่อเติมต่อมาโดยกษัตริย์และกษัตรีย์หลาย ๆ รัชกาล มีขนาดใหญ่เร้นลับซับซ้อน ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงทึบ



ป้อมนี้ถูกใช้เป็นทั้งคุก สถานที่ทรมาน และสถานที่ประหารมาหลายชั่วคน เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาที่ไม่อาจลืมได้ แต่บัดนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ



จาก The Tower of London ก็เดินไป Tower Bridge สะพานข้ามแม่น้ำเธมส์ที่สร้างขึ้นในปี 1894



โดยถูกออกแบบให้ดูสวยงามยิ่งใหญ่คู่กับหอลอนดอนข้าง ๆ กัน



นักท่องที่สนใจสามารถเดินขึ้นไปชมสะพานทางเดินด้านบนที่เชื่อมหอทั้งสองของสะพานนี้ได้ จะได้เห็นวิวมุมสูงของ แม่น้ำเธมส์และ The Tower of London



ในแม่น้ำด้านตรงข้ามของ The Tower of London เป็นที่จอดของ H.M.S Belfast เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งตอนนี้ปลดระวาง กลายเป็นเรือพิพิธภัณฑ์เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้



ลงรถไฟใต้ดินอีกครั้ง นั่งย้อนไปลงที่สถานนี Mansion House เพื่อไปแวะชม St. Paul’s Cathedral ที่ ๆ เจ้าหญิงไดอาน่าทำพิธีสมรสกับฟ้าชายชาร์ลส์



โบสถ์ดูสวยงามยิ่งใหญ่ มีหลังคาโดมสูง ด้านนอกเป็นปูนปั้นสวยงาม



นั่งท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในได้โดยเสียค่าผ่านประตู แต่เขาห้ามถ่ายรูปเพราะอาจรบกวนผู้ที่ตั้งใจมาสวดมนต์จริง ๆ



ตึกรอบ ๆ St. Paul’s Cathedral เป็นร้านค้าอาคารแต่ถูกออกแบบให้ดูสวยงามไม่แพ้โบสถ์



เดินจนเมื่อย ก็จับรถไฟกลับมาที่สถานี Victoria ที่นี่ เราแวะซื้อ Cornish Pasty ไส้สเต๊ก จากร้านเบเกอรี่ชื่อดังของอังกฤษ มาที่นี่ทั้งทีไม่กินไม่ได้เสียชื่อหมด แป้งข้างนอกทั้งกรอบทั้งนุ่ม ไส้หนาและอร่อย



คุณสามีสุดที่รักอยากดื่มเบียร์เย็น ๆ เลยถือกลับมานั่งกินที่บาร์ของโรงแรม จะได้พักขาให้หายเมื่อยด้วย เบียร์แก้วหนึ่งที่นี่ประมาณ 4 ปอนด์ ในขณะที่เราสั่ง คาร์ปูชิโนแก้วหนึ่งโดนไปเกือบ 5 ปอนด์ ราคากาแฟที่โรงแรมโครตโหด

หลังอาหารว่างอันแสนอร่อยกลั้วเบียร์เย็น ๆ เราออกไปถ่ายรูป Westminster Cathedral ที่เราค้างไว้เมื่อวานเพราะแสงไม่สวย



Westminster Cathedral เป็นโบสถ์แบบ Byzantine style ของ eastern Roman Empire แตกต่างไปจากโบสถ์ที่ทั่วไปของลอนดอนที่มักเป็นแบบ Gothic เลยดูเด่นเป็นเอกลักษณ์



หลังจากนั้นว่าจะแวะไปดูโรงม้าและโรงเก็บรถ (The Royal Mews) ที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรม แต่ปรากฏว่ามันปิดไปซะแล้ววันนี้ เลยกลับมานั่งพักผ่อนที่ห้องแทน อาการหวัดกำเริบอย่างสุด ๆ น่าเบื่อชะมัด ประมาณ 6 โมงเย็นทางโรงแรมจัด ของว่าง (Canapés) มาให้ เลยจัดการชงชาดื่มคู่กันซะให้อุ่น



ทุ่มครึ่งต้องออกไปหาอะไรกิน ตัดสินใจไปร้านอาหารแบบ Bar and Grill ใกล้โรงแรม เป็นร้านอาหารสมัยใหม่ จัดโต๊ะเรียบง่าย น่านั่ง อาจเป็นเพราะยังไม่สบาย บวกกับทานอาหารว่างมาแล้วนิดหน่อย เลยไม่ค่อยหิว เราเลยสั่งแค่ปลา Sardine ย่าง ในขณะที่สามีสั่งทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและเมนคอร์ส ตามด้วยเบียร์อีกสองแก้ว ดูท่าทางท่านเอ็นจอยดี

Comments

Popular posts from this blog

Casa Loma - ปราสาทแห่งความรัก

ขับรถดูใบไม้ - Ontario Fall drive

Nova Scotia - Day 1 and 2