Canadian Rockies – Day Four
วันนี้ต้องออกจากจาสเปอร์ย้อนกลับไปพักที่ทะเลสาบมอเรน ระหว่างที่กำลังเริ่มเดินทางกลับเข้าไฮเวย์สาย 93 หรือ Icefields Parkway นั้น ก็มองเห็นเอ้ลค์ (Elk) ฝูงใหญ่ริมถนน มีลูกตัวเล็กที่เรียกว่าแคล์ฟ (Calf) ตัวเป็นจุด ๆ อยู่ด้วย เมื่อโตมามันถึงจะกลายเป็นสีน้ำตาลเหมือนพ่อแม่มัน

จากนั้นก็เดินทางต่อ แต่เริ่มแวะจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวรายทาง งานนี้เกือบเหมือนทัวร์ถ่ายป้าย เพราะมันมีจุดแวะหลายจุดเหลือเกิน จุดแรกคือน้ำตกแอทธาบาสก้า (Athabasca Falls) กลางแม่น้ำแอทธาบาสก้า (Athabasca River) ที่มีแหล่งกำเนิดจากธารน้ำแข็งชื่อเดียวกัน

น้ำตกจากผาสูง 23 เมตร เสียงดังกระหน่ำ ถ้ามองตามแสงตะวันจะเห็นสายรุ้งพาดผ่านเป็นเส้นสวย

ข้าง ๆ น้ำตกเห็นดอกไม้ป่าสีขาวชื่อบั้นแบรรี่ด็อกวูดส์ (White Bunchberry Dogwoods) มีสี่กลีบ

นอกนั้นยังสังเกตเห็นดอกไม้ป่าสีม่วงที่บานทีละสองดอกจึงเรียกว่าดอกไม้แฝด (Twinflowers)

พอออกจากน้ำตกก็เห็นฝูงแพะภูเขา (Mountain Goat) มีเขาแหลมตั้ง ขนสีขาวจั๊ว ต่างกับแกะเขาโง้งตรงนี้แหละ ลูกแพะภูเขาตัวเล็ก ๆ นี้จะเรียกว่าคิด (Kid)

หลังจากนั้นก็แวะจุดชมวิวที่ภูเขาคริสตี้ (Mount Christie) เสียดายฟ้าหม่น ฝนตกปรอย ๆ รูปไม่ค่อยสวย

แวะอีกทีที่น้ำตกซันวัปต้า (Sunwapta Falls)

เป็นภาษาอินเดียนแดงเผ่าสโตนนี่ (Stoney Nation) แปลว่าน้ำเชี่ยว (Turbulent River)

จากนั้นแวะที่กำแพงขี้แย (Weeping Wall) เป็นน้ำตกเล็ก ๆ สองสายหล่นจากหน้าผาชัน เหมือนกำแพงกำลังร้องไห้

จุดต่อไปคือโตรกหินมิสตาย่า (Mistaya Canyon) ที่ที่แม่น้ำมิสตาย่า (Mistaya River) ตัดผ่านช่องหินเกิดเป็นโตรกหินแคบ ๆ ทำให้น้ำไหลเชี่ยว เสียงดังซู่ซ่าได้ยินมาแต่ไกล

จุดต่อไปคือทะเลสาบนกน้ำ (Waterfowl Lake) สงสัยมีนกน้ำเยอะแน่เลย แต่มองไม่เห็นซักตัว ท่าจะต้องมาฤดูอื่น

จุดต่อไปต้องเดินขึ้นเขาประมาณสิบนาที คือ Bow Summit & Peyto Lake จุดนี้จะสูงที่สุดในบรรดาวนอุทยานแห่งชาติแถบนี้ เมื่ออยู่สูงจะเห็นน้ำเป็นสีฟ้าใสกว่าปรกติ

จุดชมวิวอยู่สูงจึงเห็นทะเลสาบพีย์โท่ (Peyto Lake) ซึ่งตั้งชื่อตามนักเดินป่ารุ่นบุกเบิก Bill Peyto เห็นน้ำเป็นสีฟ้าสด ทะเลสาบเล็กรูปร่างเหมือนหัวหมาจิ้งจอก เราว่าจุดนี้สวยสุดในอุทยานเลยล่ะ

อีกด้านมองเห็นธารน้ำแข็งพีย์โท่ (Peyto Glaceir) แหล่งป้อนน้ำเข้าทะเลสาบ

ที่นี่เห็นดอกไม้ป่าสีเหลืองเรียกว่าอาร์นีก้า (Arnica)

นอกจากนั้นยังมีดอกลูกโลก (Globe Flower) ดอกสีขาวกลีบมน มีห้ากลีบ เกสรเหลือง กำลังบานสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เหมือนดอกทานตะวันตรงที่มันจะหันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ตลอดวัน

ดอกอะเน็มโมนี่ตะวันตก (Western Anemone) มีขนตามก้าน ใบฝอย ปลายดอกออกแหลม มีหกกลีบ ถ้ามาฤดูอื่นคงไม่มีโอกาสได้เห็น

ทะเลสาบโบว์ (Bow Lake) จุดเริ่มต้นของแม่น้ำโบว์ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านคัลการี่

ด้านหลังเป็นธารน้ำแข็งโบว์ (Bow Glacier) แหล่งน้ำของทะเลสาบโบว์หล่ะ สังเกตเห็นธารน้ำแข็งหนาเตอะ ไม่ละลายง่าย ๆ

ธารน้ำแข็งตีนกา (Crowfoot Glacier) แต่ก่อนมันเคยมีสามขาเหมือนตีนกา แต่ตอนนี้ตีนด้านล่างหายไปแล้ว ตีนกลางก็กำลังหด ไม่รู้ต่อไปเขายังจะเรียกมันว่าธารน้ำแข็งตีนกาอยู่อีกมั้ย

ในที่สุดก็ถึงที่หมาย จากจาสเปอร์มาทะเลสาบมอเรนมีระยะทางแค่ประมาณ 250 กิโลเมตร ใช้เวลาตั้ง 5 ชั่วโมงกว่า ๆ มันก็สวยดีหรอกแต่นั่งรถทั้งวันมันเมื่อยนะจะบอกให้
สี่คืนสุดท้ายเราจะพักที่มอเรนเลกลอดจ์ (Maraine Lake Lodge) ตั้งอยู่ข้างทะเลสาบมอเรน เราพักแบบโรแมนซ์แพ็กเก็จ พักในเคบินไม้ ตกแต่งอย่างมีรสนิยม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ห้องนั่งเล่นต่างระดับ มีเตาผิงอบอุ่น มองนอกหน้าต่างเจอวิวสวย

อาหารเย็นวันนี้ก็ทานที่ร้านอาหารในรีสอร์ทแหละ วิวทะเลสาบสวย อาหารอร่อย

จบการขับรถอันยาวนานมาตลอดสามคืนสี่วัน สำหรับสี่คืนสุดท้ายต่อไปนี้เราจะไม่ไปไหนไกล จะดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัว อ่านหนังสืออย่างสงบข้างทะเลสาบอันสวยงาม มีต่อ..

จากนั้นก็เดินทางต่อ แต่เริ่มแวะจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวรายทาง งานนี้เกือบเหมือนทัวร์ถ่ายป้าย เพราะมันมีจุดแวะหลายจุดเหลือเกิน จุดแรกคือน้ำตกแอทธาบาสก้า (Athabasca Falls) กลางแม่น้ำแอทธาบาสก้า (Athabasca River) ที่มีแหล่งกำเนิดจากธารน้ำแข็งชื่อเดียวกัน

น้ำตกจากผาสูง 23 เมตร เสียงดังกระหน่ำ ถ้ามองตามแสงตะวันจะเห็นสายรุ้งพาดผ่านเป็นเส้นสวย

ข้าง ๆ น้ำตกเห็นดอกไม้ป่าสีขาวชื่อบั้นแบรรี่ด็อกวูดส์ (White Bunchberry Dogwoods) มีสี่กลีบ

นอกนั้นยังสังเกตเห็นดอกไม้ป่าสีม่วงที่บานทีละสองดอกจึงเรียกว่าดอกไม้แฝด (Twinflowers)

พอออกจากน้ำตกก็เห็นฝูงแพะภูเขา (Mountain Goat) มีเขาแหลมตั้ง ขนสีขาวจั๊ว ต่างกับแกะเขาโง้งตรงนี้แหละ ลูกแพะภูเขาตัวเล็ก ๆ นี้จะเรียกว่าคิด (Kid)

หลังจากนั้นก็แวะจุดชมวิวที่ภูเขาคริสตี้ (Mount Christie) เสียดายฟ้าหม่น ฝนตกปรอย ๆ รูปไม่ค่อยสวย

แวะอีกทีที่น้ำตกซันวัปต้า (Sunwapta Falls)

เป็นภาษาอินเดียนแดงเผ่าสโตนนี่ (Stoney Nation) แปลว่าน้ำเชี่ยว (Turbulent River)

จากนั้นแวะที่กำแพงขี้แย (Weeping Wall) เป็นน้ำตกเล็ก ๆ สองสายหล่นจากหน้าผาชัน เหมือนกำแพงกำลังร้องไห้

จุดต่อไปคือโตรกหินมิสตาย่า (Mistaya Canyon) ที่ที่แม่น้ำมิสตาย่า (Mistaya River) ตัดผ่านช่องหินเกิดเป็นโตรกหินแคบ ๆ ทำให้น้ำไหลเชี่ยว เสียงดังซู่ซ่าได้ยินมาแต่ไกล

จุดต่อไปคือทะเลสาบนกน้ำ (Waterfowl Lake) สงสัยมีนกน้ำเยอะแน่เลย แต่มองไม่เห็นซักตัว ท่าจะต้องมาฤดูอื่น

จุดต่อไปต้องเดินขึ้นเขาประมาณสิบนาที คือ Bow Summit & Peyto Lake จุดนี้จะสูงที่สุดในบรรดาวนอุทยานแห่งชาติแถบนี้ เมื่ออยู่สูงจะเห็นน้ำเป็นสีฟ้าใสกว่าปรกติ

จุดชมวิวอยู่สูงจึงเห็นทะเลสาบพีย์โท่ (Peyto Lake) ซึ่งตั้งชื่อตามนักเดินป่ารุ่นบุกเบิก Bill Peyto เห็นน้ำเป็นสีฟ้าสด ทะเลสาบเล็กรูปร่างเหมือนหัวหมาจิ้งจอก เราว่าจุดนี้สวยสุดในอุทยานเลยล่ะ

อีกด้านมองเห็นธารน้ำแข็งพีย์โท่ (Peyto Glaceir) แหล่งป้อนน้ำเข้าทะเลสาบ

ที่นี่เห็นดอกไม้ป่าสีเหลืองเรียกว่าอาร์นีก้า (Arnica)

นอกจากนั้นยังมีดอกลูกโลก (Globe Flower) ดอกสีขาวกลีบมน มีห้ากลีบ เกสรเหลือง กำลังบานสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เหมือนดอกทานตะวันตรงที่มันจะหันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ตลอดวัน

ดอกอะเน็มโมนี่ตะวันตก (Western Anemone) มีขนตามก้าน ใบฝอย ปลายดอกออกแหลม มีหกกลีบ ถ้ามาฤดูอื่นคงไม่มีโอกาสได้เห็น

ทะเลสาบโบว์ (Bow Lake) จุดเริ่มต้นของแม่น้ำโบว์ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านคัลการี่

ด้านหลังเป็นธารน้ำแข็งโบว์ (Bow Glacier) แหล่งน้ำของทะเลสาบโบว์หล่ะ สังเกตเห็นธารน้ำแข็งหนาเตอะ ไม่ละลายง่าย ๆ

ธารน้ำแข็งตีนกา (Crowfoot Glacier) แต่ก่อนมันเคยมีสามขาเหมือนตีนกา แต่ตอนนี้ตีนด้านล่างหายไปแล้ว ตีนกลางก็กำลังหด ไม่รู้ต่อไปเขายังจะเรียกมันว่าธารน้ำแข็งตีนกาอยู่อีกมั้ย

ในที่สุดก็ถึงที่หมาย จากจาสเปอร์มาทะเลสาบมอเรนมีระยะทางแค่ประมาณ 250 กิโลเมตร ใช้เวลาตั้ง 5 ชั่วโมงกว่า ๆ มันก็สวยดีหรอกแต่นั่งรถทั้งวันมันเมื่อยนะจะบอกให้
สี่คืนสุดท้ายเราจะพักที่มอเรนเลกลอดจ์ (Maraine Lake Lodge) ตั้งอยู่ข้างทะเลสาบมอเรน เราพักแบบโรแมนซ์แพ็กเก็จ พักในเคบินไม้ ตกแต่งอย่างมีรสนิยม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ห้องนั่งเล่นต่างระดับ มีเตาผิงอบอุ่น มองนอกหน้าต่างเจอวิวสวย

อาหารเย็นวันนี้ก็ทานที่ร้านอาหารในรีสอร์ทแหละ วิวทะเลสาบสวย อาหารอร่อย

จบการขับรถอันยาวนานมาตลอดสามคืนสี่วัน สำหรับสี่คืนสุดท้ายต่อไปนี้เราจะไม่ไปไหนไกล จะดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัว อ่านหนังสืออย่างสงบข้างทะเลสาบอันสวยงาม มีต่อ..
Comments
เพิ่งนึกได้ว่าคนถ่าย born on the 4th of July.... แหบ ปี๋ แหบ ปี๋ เด้อ.....