Monday, October 11, 2010

Fall 2010

ฤดุใบไ้ม้ร่วงเป็นฤดูโปรดของเรา เพราะใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงที่มีสีผสมระหว่างสีเขียว เหลือง ส้ม แดง และน้ำตาล มองไปทางไหนก็สวย



ต้นเมเปิ้ลมีหลายพันธุ์ เป็นต้นไม้เอกของฤดูนี้ ตอนที่มันยังไม่เปลี่ยนสี บางทีเราก็เห็นใบเขียว ใบออกม่วง ๆ หรือออกเหลือง ๆ ตอนที่เปลี่ยนสีแล้ว จะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลืองอมแดง สวยมาก ๆ



ต้น Birch ตอนเปลี่ยนสีใบเป็นสีเหลืองโทนเดียว แต่เพราะลำต้นเป็นสีขาว ทำให้เกิดสีตัดกันสวยงาม



ปรกติทุก ๆ ปี เราจะขับรถกินลม เที่ยวชมใบไม้ช่วงฤดูกาลวันขอบคุณพระเจ้า แต่ปีนี้มีโปรแกรมตีกอล์ฟ ก็เลยได้ถ่ายรูปจากสนามกอล์ฟแทน



วันนี้ฟ้าใส ทำให้สียิ่งสวย เพราะมีสีฟ้าผสมปุยเมฆสีขาวเป็นฉากหลัง



นอกจากนั้นเขาก็ยังเอาฟักทองลูกยักษ์มาตกแต่งสนามเป็นจุด ๆ ไป ก็สวยไปอีกแบบ



น่าเสียดายที่บางจุดเราแวะถ่ายรูปไม่ได้ เพราะเวลาไม่มี หรือแสงเงา ไม่เป็นใจ



ถึงกระนั้นรูปก็ยังออกมาสวยพอใช้



อีกไม่กี่วันใบไม้ก็คงร่วงโรย ต้องคอยไปอีกปี กว่าจะได้เห็นอีก เก็บความทรงจำไว้ด้วยกล้ิองดิจิตอลตัวเล็ก ๆ ไว้ดูเล่นช่วงที่เราต้องรอ

Saturday, October 02, 2010

Hilton Falls Autumn Hike

เผลอแป็ปเดียวใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว วันนี้ถึงแม้ฝนจะตกปรอย ๆ ก็ยังไม่เปลี่ยนใจจะไปดูใบไม้สวย ๆ ที่น้ำตกฮิลตัน (Hilton Falls) อยู่ในเขตเมือง Milton จากบ้านไปก็ขับรถบนทางหลวง 401 (HWY 401) ไปทางทิศตะวันตก ไปออกที่ Highway 25 ไปทางเหนือ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนCampbellville Rd ไปทางทิศตะวันตกอีกประมาณ 5 กิฺโลเมตร ก็จะถึง Hilton Falls Conservation



ก่อนถึง Hilton Falls Conservation บนถนน Campbellville Rd มีฟาร์มม้าที่สวยที่สุดเลย เพราะด้านหลังเป็นสันเขาไนแอการ่า (Niagara Escarpment) ซึ่งเป็นเทือกเขาเตี้ย ๆ เทือกเดียวในออนทาริโอ



ยิ่งฤดูนี้ใบไม้เป็นสีเหลืองแดงตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวสวย มีรั้วไม้สีเข้มเป็นแนวยาวน่าดูยิ่ง



จากที่ทำการของ Hilton Falls Conservation จะมองเห็นหน้าผา Rattlesnake point ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสันเขาไนแอการ่า



ที่นี่มี Trails ให้เลือกเดิน 3 Trails ด้วยกัน แต่เนื่องจากฝนตก เราก็เลยเลือกที่จะเดินเส้นทางเดียว เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร



ตอนนี้ใบไม้ส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง มีใบร่วงหล่นบนพื้นทับถมในปริมาณพอเหมาะ ทำให้สวยงาม



ต้นเมเปิ้ลบางพันธุ์มีใบสีส้มแดง ตัดกับลำต้นสีเข้ม เป็นพันธุ์ที่สวยที่สุด และมักจะเปลี่ยนสีก่อนพันธุ์อื่น ๆ



ระหว่างทางจะเห็นหนองน้ำที่เกิดจากเขื่อนกั้นน้ำ ซึ่งก็มีลำธารเล็ก ๆ ไหลลงเขื่ีอนด้วย ฤดูนี้มีน้ำปริมาณไม่มากนัก



เราจะเดินไปดูน้ำตก ก็จะต้องมีการขึ้นเขาเล็กน้อย ไม่งั้นน้ำตกไม่ได้ใช่มั้ย เขาที่ว่าก็เป็นส่วนหนึ่งของ Niagara Escarpment นั่นเอง เพราะเขาที่นี่เกิดจากการสลายตัวของดินและหิน เวลาผ่านไปเป็นล้านปี ส่วนที่มันอ่อนนุ่มหน่อยก็ค่อย ๆ หายไป เหลือแต่ชั้นหินแข็ง ๆ ให้เราเห็น ณ ปัจจุบัน



Trails ที่นี่เป็น Trail เอนกประสงค์ หน้าร้อนเป็นที่เดิน หรือปั่นจักรยาน หน้าหนาวเป็นที่เล่นครอสคันทรี่สกี และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป



เดินไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหล แสดงว่าใกล้น้ำตกเข้ามาเต็มที ส่วนของลำธารมีขนาดไม่ใหญ่ และมีน้ำเพียงเล็กน้อย ถ้ามาฤดูสปริงจะมีน้ำมากกว่านี้



และแล้วเราก็เห็นน้ำตกหล่นจากหน้าผาสูงประมาณ 10 เมตร เราสามารถเิดินลงบันไดไปดูด้านล่างได้



ข้างน้ำตกใหญ่จะเห็นหน้าผ้าเป็นหินชั้น มีม่านน้ำตกบาง ๆ และมอสสีเขียวปกคลุม



บริเวณน้ำตกมีใบเมเปิ้ลแดงหล่นเต็มไปหมด ดูเป็นพื้นพรมสีแดงสวยดี



ระหว่างเดินกลับมาที่จอดรถ เห็นใบเมเปิ้ลสีแดงทับใบสีเหลืองบนพื้น คิดว่านักท่องเที่ยวบางคนคงทำไว้เพื่อถ่ายรูป



ขอนไม้บางขอนมีเห็ดขึ้นเต็มเพราะความชิ้นสูง ไม่รู้กินได้หรือเปล่า



ต้นไม้บางต้นก็มีรูปร่างแปลก ๆ ถ่ายรูปเพลินดีเหมือนกัน



เดินไป ชมวิวไป เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ ฝนยังตกพรำ ๆ แต่ก็คุ้มล่ะ

Monday, August 23, 2010

Camping in Prince Edward County

ไม่มีอะไรทำ เพื่อนชวนไปแค้มปิ้ง ก็เลยไปอีก คราวนี้เราไปแค้มปิ้งที่วนอุทยานส่วนจังหวัดชื่อแซนด์แบงค์ (Sandbank Provincial Park) ตั้งอยู่ในเขตของ Prince Edward County ซึ่งอยู่ห่างจากโตรอนโตไปทางทิศตะวันออกประมาณ 200 กิโลเมตร

เราออกเดินทางตอนเย็นวันพฤหัส เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนพอดี จราจรก็เลยติดขัด กว่าจะถึงอุทยานก็เลยมืดมิด ต้องตั้งเต้นท์กันมืด ๆ อาศัยไฟฉาย เทียนกับไฟหน้ารถ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ


อาหารมื้อเย็นวันนั้นเป็น Shish kabob เนื้อแกะกับเนื้อหมูเสียบไม้ย่าง อร่อยดีแท้ อากาศคืนนั้นก็เย็นสบาย เลยหลับอย่างเป็นสุขทั้งคืน

เราตื่นสายตะวันโด่ง อาหารเช้าเป็นซีเรียลกับนมง่าย ๆ มีกาแฟสดหอมกรุ่นดื่มกลั้วคอ ที่ตั้งแค้มป์ของ Sandbank Provincial Park ค่อนข้างเก่า ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำทรุดโทรม เนื่องจากเป็นที่นิยมของนักแค้มป์ทั้งหลาย ถึงแม้มีการทำความสะอาดวันละสองครั้งก็ยังไม่ถูกใจ อีกทั้งที่ตั้งแค้มป์แต่ละล็อทก็ใกล้กัน เราไม่ค่อยชอบเลย


วันนี้เรามีโปรแกรมไปเดินสายชิมไวน์กัน Wine tasting เป็นหนึ่งในสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ Prince Edward County ใช้อยู่ แต่ก่อนที่เคาน์ตี้นี้มีผู้ผลิตไวน์เพียงไม่ถึง 5 ราย แต่ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 5 ปี ทางเคาน์ตี้มีผู้ผลิตไวน์ถึงเกือบ 40 เจ้าเข้าไปแล้ว


ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายย่อย ไม่สามารถผลิตไวน์ขายตามร้านขายไวน์ของจังหวัดหรือ LCBO ได้ จึงขายกันภายในท้องถิ่นอย่างเดียว สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเี่กี่ยวกับไวน์ของออนทาริโอคือสนนราคาค่อนข้างแพงเทียบกับไวน์นำเข้า ไม่ว่าจากซิลี ออสเีตรเลีย หรือยุโรป แต่ถ้าต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมท้องถิ่นก็ไม่ว่ากัน

สถานที่ชิมไวน์ส่วนใหญ่เป็นโรงนาเก่า ๆ บางที่ก็ทำความสะอาด แต่ยังคงเหลือคราบของความเก๋าไว้ให้เป็นเสน่ห์ ภายในยังเห็นขื่อแปรทำจากต้นไม้ทั้งต้นก็มี


บางที่เอามาปรับปรุงตกแต่้งแบบสมัยใหม่ กรุภายในซะสวย ทาสีสันให้ดูสวยงาม จะนั่งชิมไวน์กลางแจ้งก็มีเก้าอี้สนามใต้เต้นท์ผ้าใบขึงเท่ห์ใว้บริการ


วันนั้นเราเดินสายชิมไวน์จากผู้ผลิต 6 เจ้าด้วยกัน บางเจ้าคิดค่าชิมเป็นแก้ว บางเจ้าก็คิดเป็นไฟล์ท (Flight) คือมีการให้เลือกชิมไวน์หลากชนิดแล้วแต่จะผู้ผลิต บางเจ้าก็มีทั้งแก้วและไฟล์ท หรือหลายไฟล์ท บางเจ้าก็ไม่คิดเงินค่าชิมเลย หลังชิมเสร็จทั้ง 6 เจ้า เกิดอาการเมาเล็กน้อย และก็ได้ซื้อไวน์ที่ชอบติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านให้ชื่นใจด้วย


ขับรถกลับผ่านเมืองเล็กชื่อ Wellington มีบ้านเก่าสวย ๆ หลากสี ใ้ห้ชมน่ารักดีแต่ถ่ายรูปไม่ทัน ออกนอกเมืองมาหน่อยก็มีบ้านทันสมัยหลังใหญ่สวย ๆ ติดทะเลสาบออนทาริโอให้อิจฉาเล่้นอยู่หลายหลัง


เมานิด ๆ ยังไม่สะใจ กลับมาที่แค้มป์ ย่างไส้กรอกเป็นอาหารเย็นวันนี้ ได้ไส้กรอกจากคนลาวติดไม้ติดมือมา หอมกลิ่นเครื่องเทศ ใบมะกรูด อร่อยดี กินกะไวน์แดง ขวดหนึ่งสองคน อีกคนดื่มเบียร์ นอนหลับปุ๋ยกันทั้งสามคน

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเสาร์ มีโปรแกรมไปว่ายน้ำที่บีช ที่ไหนได้ตื่นมาฟ้ามืดครึ้ม พยากรณ์อากาศเมื่อสองวันก่อนใช้ไม่ได้แล้ว


น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งเพราะแถวนี้เป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบออนทาริโอ มีหาดทรายสีขาวสวยงาม ถึงได้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นชื่อ


ใกล้ ๆ กับแค้มป์ มีิเนินทราย (Dune beach) สูงให้ย่ำเล่น วิ่งเล่น หรือดูเฉย ๆ ถ้าใจไม่ถึง


ระหว่างเดินเล่นบนชายหาด เหลือบไปเห็นนกนางนวลตัวหนึ่ง อยู่ในวาระใกล้ตาย หายใจพะงาบ ๆ ช่างโชคดีได้ตายบนหาดทรายขาว


ไปนั่งเล่น นอนเล่นที่ชายหาดได้พักหนึ่ง พระอาทิตย์ก็ยังอาย ไม่ยอมโผล่มาจากหลังเมฆให้เห็นซักที เช็กพยากรณ์อากาศก็บอกว่าฝนจะตก ฟ้าจะคะนองตลอดคืน เลยต้องกลับมากินอาหารกลางวันที่แค้มป์ และตัดสินใจเก็บผ้าเก็บผ่อน แพ็กของกลับบ้าน แค้มปิ้งกลางสายฝน ยามฟ้าคะนอง ท่ามกลางป่าไม้สูง ไม่ใช่เรื่องตลก จับพลัดจัลผลู ฟ้าฝ่าต้นไม้ หล่นลงหัว อาจตายก่อนมีฝันที่เป็นจริง


หลังจากเก็บข้าวของท่ามกลางสายฝนที่ตัดสินใจหล่นลงเร็วกว่ากำหนด เราก็ออกเดินทางไปยัง Lake on the mountain เพราะได้จองโต๊ะรับประทานอาหารเย็นกันที่นั่นล่วงหน้าไว้แล้ว


ระหว่างทางผ่านเมือง Picton เมืองเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาหาอะไรกินถ้าผ่านมาแถวนี้ มีตึกรามขนาดไม่ใหญ่หลากสี ขนาดร้าน Dollar Store ยังน่ารักเลย


วิวของ Lake on the mountain ยังสวยงามถึงแม้ฟ้าจะหม่น เมฆจะดำ


ข้ามถนนไปอีกฝั่งก็จะเห็น Bay of Quinte ซึ่งก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Lake Ontario นั้่นแหละ


แค้มปิ้งของเราจึงจบลงสั้น ๆ มันคงเป็นแค้มปิ้งสุดท้ายของเรา หลังจากได้ลองตั้งแค้มป์สองครั้งในหนึ่งปี เราว่าเราชอบพักผ่อนห้องภายในโรงแรมหรือรีสอร์ทที่สะอาดสะอ้านสวยงาม มากกว่าจะไปนอนกลางดิน กินกลางทราย ให้ยุงดูดเลือดเล่น ยิ่งไปเจอห้องน้ำกลางป่าสภาพเสื่อมโทรมยิ่งหมดสนุก เอวังกับการแค้มปิ้งด้วยประการฉะนี้

Saturday, July 31, 2010

Hiking at Niagara Glen

ไปเที่ยวน้ำตกไนแอการ่าตั้งหลายที มีแต่ขับรถเล่น ไม่เคยเดิน หรือปั่นจักรยานอะไรเทือกนี้กับเขาเลย แถวนั้นมีทางสำหรับเดินและปั่นจักรยานที่เรียกว่าTrail จากเมือง Niagara-on-the-lake ไปสิ้นสุดที่เมือง Fort Erie ยาวตั้ง 53 กิโลเมตร ให้ผู้คนได้ใช้กันฟรี ๆ ว่ากันว่าเป็น Trail ที่มีวิวอันสวยงามที่สุดในออนทาริโอกันเลยทีเดียว

สุดสัปดาห์นี้อากาศดี เป็นวันหยุดยาวด้วย เลยถือโอกาสชวนเพื่อนฝรั่งหน้าตาดีไปเดินป่าหรือที่เขาเรียกว่า Hiking รับอากาศบริสุทธิ และเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายซะหน่อย


เราออกจากตัวเมืองโตรอนโตประมาณสิบเอ็ดนาฬิกากว่า ๆ แล้ว จริง ๆ ใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึง แต่วันนี้รถติดยาวเหยียด ใช้เวลาตั้ง 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่ไนแอการ่าเกล็น (Niagara Glen) เล่นเอาหิวโซกเลย ไปถึงต้องกินก่อน

Trail ในส่วนนี้ มีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้าจะเดินไปให้ถึงวังน้ำวนหรือ Whirlpool ก็ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร แต่วันนี้เราไม่ค่อยมีเวลามากนักเพราะต้องกลับไปถึงโตรอนโตก่อนทุ่มหนึ่ง ก็เลยเดินที่ Niagara Glen ประมาณหนึ่งชั่วโมง


เริ่มจากลงบันไดเหล็กไปในเหวประมาณ 30 เมตรเห็นจะได้ ทางเดินหน้าผาสูงชัน แต่เิดินไม่ลำบากเท่าไหร่ ลูกเด็กเล็กแดงก็พอเดินได้อยู่


ทางเดินไม่ร้อนเพราะมีร่มเงาต้นไม้ใหญ่เต็มไปหมด ที่ต้องระวังก็คือยุงกัด เพราะใกล้น้ำยุงเยอะพอควร


ทางเดินบางส่วนเห็นแม่น้ำไนแอการ่าไหลเชี่ยวเป็นฟองขาว ถ้าตกลงไปคงลำบากน่าดู


ถ้ามีเวลาจะนั่งข้างฝั่งแม่น้ำรอดูเรือ Whirlpool Jet ที่พานักท่องเที่ยวไปชมวังน้ำวน ขับฝ่าน้ำอันไหลเชี่ยวก็น่าตื่นตาดีออก เพราะบางส่วนเรือต้องสู้นานพอควรกว่าจะฝ่าไปได้


เรากลับมาที่รถและขับไปอีกนิดหนึ่งเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินไปดูวังน้ำวน เพราะวันนี้มีเวลาไม่มาก เคยดูจากมุมสูงคราวนี้ได้เห็นมุมระดับน้ำมั่ง ไม่ค่อยเห็นมันวนน่ากลัวเหมือนมุมสูง


เรือ Whirlpool Jet พานักท่องเที่ยวมากระแทกคลื่นที่นี่ เสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนานได้ยินจากทุกลำเรือ น่าตื่นเต้นดี


มองไปด้านบนก็ยังเห็นรถกระเช้าพานักท่องเที่ยวข้ามฝั่งไปมาเป็นระยะ ๆ น้ำในแม่น้ำขนาดมองที่ระดับน้ำยังเขียวจัด ถ้ามองมาจากด้านบนคงเขียวมาก ๆ เลย


ใช้เวลาชมเรือ ทอยหินลงน้ำไม่นานก็ต้องเดินกลับ ขากลับต้องขึ้นเนินสูง ทำเอาเหนื่อยหอบแฮก ๆ เลย


Niagara Glen Trail เป็นทา่งเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการยืดเส้นยืดสาย ชมวิวสวย ๆ ที่ไม่ไกลจากโตรอนโตเท่าไหร่ เลือกวันอากาศดี ๆ ไปปิกนิกและออกกำลังในขณะเีดียวกัน มีแต่ได้ ไม่มีเสียแน่นอน

Valle de la Luna - Chile

ห่างจาก San Pedro de Atacama เพียงไม่กี่กิโลเมตร มีพื้นที่หนึ่งที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกจากโลก — Valle de la Luna หรือ “หุบเขาแห่งดวงจันทร...